ผ้ายืด ผ้าถัก ตัวเลือกยอดฮิต สำหรับทำเสื้อผ้า

Knit Fabrics: The Better Choice for Clothing Brands

ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความฝันอยากจะทำธุรกิจเสื้อผ้า อยากมีแบรนด์เป็นของตัวเองและกำลัง มองหาเนื้อผ้าดีๆ ที่เหมาะกับการทำเสื้อผ้าแบบที่ตัวเองดีไซน์ ตัวเลือกเบอร์หนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ ผ้ายืด ด้วยเนื้อผ้าที่นุ่ม เหมาะกับทั้งการทำเสื้อผ้าแฟชั่นและเสื้อผ้ากีฬา ลองมาดูกันว่าผ้ายืดแบบไหนจะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของคุณ

ผ้ายืดคือผ้าอะไร?

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักผ้ายืดกันก่อน ผ้ายืดหรือที่เรียกอีกอย่างว่าผ้าถัก (Knit fabric) คือผ้าที่เกิดจากการใช้เข็ม (needles) ถักเพื่อให้เกิดเป็นห่วงของด้ายที่มีการสอดขัดกัน (interlocking loops) โดยจะมีเส้นที่อยู่แนวตั้ง (wales) และเส้นที่อยู่ในแนวนอน (courses) โดยผ้ายืดนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทตามวิธีการถัก คือผ้ายืดที่เกิดจากการถักผ้าแนวนอนและการถักผ้าแนวตั้ง ซึ่งคุณสมบัติของผ้ายืดทั้ง 2 แบบนี้ จะมีเนื้อผ้าอ่อนนุ่ม ทนต่อรอยยับ และระบายอากาศได้ดี ถือเป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นมากของผ้ายืด

What is Knit Fabric?
Circular knit fabrics are made by a circular knitting machine

ผ้ายืดที่เหมาะกับการทำเสื้อผ้ามีอยู่หลายแบบ แต่ที่นิยมนำมาใช้มากที่สุดคือ ผ้ายืดกลุ่ม Circular Knit ซึ่งเป็นผ้ายืดที่ผลิตจากเครื่องถักผ้าวงกลม (Circular knit machine) เป็นเครื่องถักผ้าแบบแนวนอน โดยการทำงานของตัวเครื่องนี้จะทำงานด้วยเข็มถักเส้นด้ายในหลอดด้ายหมุน 360 องศา ผ้าที่ออกมาจะมีลักษณะคล้ายท่อ ไม่มีรอยต่อของผ้า เนื้อผ้าขยายได้ถึง 4 ทิศทาง

ผ้ายืดกลุ่ม Circular Knit มีลักษณะที่แตกต่างกันเกิดจากโครงสร้างของผ้า จำนวนเข็มถัก เส้นด้าย และปัจจัยอื่นๆ แบ่งออกได้หลายประเภท ทั้งผ้าเกล็ดปลา ผ้าซิงเกิ้ลเจอร์ซีย์ (ผ้าหน้าเดียว) ผ้าอินเตอร์ล็อค ผ้าปิเก้ ผ้าสเวตเตอร์ ผ้าริบ ผ้าสแปนเด็กซ์ ผ้าตาข่าย และผ้าแจ็คการ์ด

มาทำความรู้จักเนื้อผ้าแต่ละแบบกัน

knit-fabric

4 เหตุผลที่ควรเลือกผ้ายืด ผ้าถักในการทำเสื้อผ้า

นอกจากเรื่องลักษณะเนื้อผ้าที่มีความหลากหลาย สามารถตอบโจทย์ทุกดีไซน์เสื้อผ้าได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว ยังมีอีก 4 เหตุผลที่คนทําธุรกิจเสื้อผ้าและแบรนด์เสื้อผ้าหันมาใช้ผ้ายืดกันมากขึ้น

softness

1. ความนุ่ม

ความนุ่มของเนื้อผ้าเป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นมากของผ้ายืดนั่นคือ ความนุ่มของเนื้อผ้า ไม่หยาบกระด้าง เมื่อนำมาทำเสื้อผ้าทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกสบาย

elasticity

2. ยืดหยุ่น

ความยืดหยุ่นของเนื้อผ้าเนื่องจากผ้ายืดมีความอยู่ทรงและยืดหยุ่นได้ดี ผู้สวมใส่ไม่รู้สึกอึดอัด เคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว ทำให้แบรนด์เสื้อผ้ากีฬาส่วนใหญ่เลือกใช้ไม่ว่าจะเป็นเสื้อกีฬากลางแจ้งหรือเสื้อผ้าแฟชั่นออกกำลังกายแบบเบาๆ

wrinkle-resistance

3. ทนต่อรอยยับ

ความทนต่อรอยยับเนื้อผ้ายืดมีความอยู่ทรง ยับยาก เป็นที่ถูกอกถูกใจของลูกค้าเสื้อผ้ายุคใหม่ที่ใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ สามารถหยิบเสื้อขึ้นมาใส่ได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลืองเวลาในการรีดอีกต่อไป

breathability

4. ระบายอากาศ

การระบายอากาศของผ้ายืดคุณสมบัติดูดซับความชื้น ซึมซับเหงื่อและระบายอากาศได้ดีทำให้เนื้อผ้ายืดไม่ติดผิวหนัง รู้สึกสบายตัวเมื่อสวมใส่

หลายคนคงได้ไอเดียมากขึ้นแล้วว่าผ้ายืดแบบไหนที่เหมาะกับแบรนด์หรือธุรกิจเสื้อผ้าของตัวเอง แต่ที่เราแนะนำในบทความนี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างการใช้งานผ้ายืดแต่ละแบบ ไม่มีกฎตายตัวว่าผ้ายืดประเภทนี้ต้องใช้กับเสื้อผ้าแบบนี้เท่านั้น หากคุณมองเห็นว่าผ้ายืดตัวที่สนใจสามารถตอบโจทย์การทำเสื้อผ้าของคุณได้ ก็สามารถเลือกใช้ผ้ายืดแต่ละประเภทได้ตามความต้องการหรือถ้าคุณไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากอะไรดี เช่น ถ้าใช้ผ้าแจ็คการ์ดจะดีไหม มีราคาเท่าไหร่ เราแนะนำให้คุณมาที่“จงสถิตย์” ศูนย์รวมให้บริการครบวงจรในเรื่องผ้า เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมที่จะดูแลธุรกิจของคุณให้ดีที่สุด